ปากนกกระจอก เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

สุขภาพ,ความงาม
Rate this post

โรคปากนกกระจอก ถือเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย
แม้จะไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่ก็ทำให้เกิดความเจ็บปวดและสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้
ที่เป็นได้ โรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 7-10 วันแต่ก็สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้อีก

วันนี้เรามีเบื้องต้นที่สามารถรักษาโรคปากนกกระจอกได้เอง
พร้อมอธิบายถึงสาเหตุการเกิดโรค รวมถึงวิธีป้องกัน
และบรรเทาอาการของโรคปากนกกระจอก
เพื่อให้คุณพร้อมรับมือและรักษาได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุของโรคปากนกกระจอก

โรคปากนกกระจอก คือ การเกิดแผลบริเวณมุมปากด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน
มีรอยแตกและแยกออกจากกัน หากไม่รักษาอาจทำให้เป็นอุปสรรคเมื่อต้องอ้าปาก
โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร หรือการพูดคุย โรคปากนกกระจอก
แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อแต่ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดและความรำคาญให้กับผู้ที่เป็นได้

สาเหตุที่อาการปากนกกระจอกเกิดขึ้นที่มุมปากนั้น
มาจากเชื้อแบคทีเรียภายในปากและน้ำลายก่อตัวที่มุมปากกระตุ้นให้เกิดเชื้อราและการเ
จริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียส่งผลให้เกิดอาการแห้งแตกที่มุมปาก
ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอและมีภูมิต้านทานต่ำ นอกจากนี้
โรคปากนกกระจอกยังเกิดจากการขาดวิตามินบี 2 ได้เช่นกัน

วิธีการดูแลรักษาปากนกกระจอก

  1. รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 2
    อาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 2 สามารถพบได้ในอาหารจำพวก ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
    ผักใบเขียว เนื้อปลา และถั่ว เป็นต้น
  2. หลีกเลี่ยงไม่ให้มุมปากเปียกชื้น
    ความเปียกชื้นจะยิ่งทำให้แผลหายช้าและอักเสบมากขึ้น ดังนั้น
    คุณควรเช็ดปากให้แห้งสนิทหลังการทำความสะอาดช่องปากหรือหลังจากการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
  3. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดแผลที่ปาก
    ไม่ควรทำการเลียปากหรือสัมผัสริมฝีปากด้วยมือ เพราะทำให้แผลเกิดการอักเสบ
    และเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแทรกซึมเข้าไปในรอยแตกของแผล
    ทำให้แผลไม่หายและอาจมีอาการแย่ลงกว่าเดิม
  4. ใช้ ปิโตรเลี่ยมเจล ช่วยบรรเทาอาการ
    การใช้ปิโตรเลี่ยมเจล ทาเคลือบริมฝีปากและบริเวณที่มีอาการปากนกกระจอก
    จะช่วยปกป้องริมฝีปากของคุณจากความชื้นและสิ่งสกปรก
    ทำให้แผลที่มุมปากหายเร็วขึ้น
  5. พบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
    ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากอาการไม่ดีขึ้น
    เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดโรคปากนกกระจอกเพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี
    การป้องกันโรคปากนกกระจอกนั้นสามารถทำได้
    โดยการเช็ดปากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันการอับชื้นโดยเฉพาะที่บริเวณมุมปาก
    พร้อมบำรุงริมฝีปากด้วยปิโตรเลี่ยมเจลเพื่อเก็บความชุ่มชื่นของริมฝีปาก
    เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องใช้งานปากในขณะพูดคุยหรือรับประทานอาหาร
    บริเวณมุมปากจึงต้องขยับอยู่ตลอดเวลา และอาจทำให้มุมปากแตกและเป็นแผลมากขึ้นดังนั้นการรักษาโรคปากนกกระจอกจึงต้องใช้เวลา และควรรักษาทันทีเมื่อมีอาการ
    เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บและช่วยป้องกันการลุกลาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *