วิธีป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง ทำอย่างไร

ภาวะไขมันในเลือดสูงหรือคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้
ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน
ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน
หากมีปริมาณสูงเกินไปจะทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคเลือดสมอง เป็นต้น
เนื่องจากไขมันในเลือดสูงจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามผนังหลอดเลือดจน
ที่สุดหลอดเลือดจะแคบทำให้ออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณต่างๆไม่พอ
การอ่านค่าคอเลสเตอรอล
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 200 mg/dL (ถือว่าเหมาะสม)
– ระดับปานกลาง : 200 – 239 mg/dL (เริ่มอันตราย)
– ระดับสูง : มากกว่า 240 mg/dL (อันตรายมาก)
ไตรกลีเซอไรด์
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 150 mg/dL
– ระดับปานกลาง : 150 – 199 mg/dL
– ระดับสูง : มากกว่า 200 – 499 mg/dL
– ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป
ชนิดของโคเลสเตอรอลที่ควรรู้
– HDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ดี ช่วยป้องกันการสะสมของโคเลสเตอรอลตามผนังหลอดเลือดได้
– LDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ไม่ดี แต่พบมากที่สุดในร่างกาย LDLจะสะสมตามผนังหลอดเลือด
– Triglyceride(TG) การมีLDLสูง ร่วมกับTGสูง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้
อาการของไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง
ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจพบไขมันสะสมบริเวณตา และผิวหนังเป็นผื่นนูนเล็กๆสีเหลืองได้
และจะแสดงอาการในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น อาการของโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
และเมื่อมีอาการจะแสดงอาการดังนี้
– คลื่นไส้ อาเจียน
– มีเหงื่อออกตามร่างกาย
– ปวดหัว วิงเวียน หน้ามืด
– ตาพล่ามัว มองเห็นไม่ชัด
– หายใจถี่ ชีพจรเต้นเร็ว ใจสั่น
– มีอาการอ่อนแรง เช่น หยิบจับของแล้วของหล่น
– ปวด แน่น เจ็บหน้าอก ร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่ แขน
– มีปื้นสีเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังข้อศอก หัวเข่าและฝ่ามือ
อันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะไขมันในเลือดสูง
1.ไขมันส่วนเกินจะไปตกตะกอนตามผนังของ เส้นเลือด ทำให้ผนังเส้นเลือดหนาและแข็ง จะทำให้ตีบตันได้ง่าย
ถ้าเป็นที่เส้นเลือดหัวใจจะทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด
2.ถ้าเป็นที่เส้นเลือดที่เลี้ยงสมอง จะมีโอกาสทำให้เส้นเลือดตีบตันเกิดอัมพาต
3.ถ้าเส้นเลือดไปเลี้ยงบริเวณขาไม่พอ ทำให้เวลาเดินแล้วปวดน่อง
4.ตับอ่อนอักเสบ
การดูแลตนเอง
– ลดการกินอาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัวสูง(มันสัตว์, เครื่องใน, ไข่แดง และของทอด เป็นต้น), ลดน้ำหนัก,
ออกกำลังกาย
– การรักษาด้วยยา แพทย์จะเป็นผู้คำนวณความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง
หากมีความเสี่ยงสูงจะพิจารณาให้การรักษาด้วยยา อย่างไรก็ตามต้องทำควบคู่กับการดูแลตนเองเสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *