สุขภาพ

สุขภาพ

หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ไม่ควรทำในสิ่งต่างๆ เหล่านี้

ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายคือสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่จะทำให้สุขภาพร่างกายเราแข็งแรง แต่หลังจากออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ
มันก็มีสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงอยู่ด้วย นั่นก็คือสิ่งต่างๆ เหล่านี้การวอร์มอัพหลังจากออกกำลังกายเสร็จ
บางคนอาจจะสับสนระหว่างการวอร์มอัพและการคูลดาวน์จึงเผลอไปวอร์มอัพกันอีกครั้งหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ
อันที่จริงการวอร์มอัพหรือว่าการยืดเส้นยืดสายนั้นเราจะทำไปเพื่อให้กล้ามเนื้อพร้อมต่อการออกกำลังกายเท่านั้น
ดังนั้นแล้วถ้าออกกำลังกายเสร็จ จึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปวอร์มอัพกันอีกครั้ง
อีกทั้งยังอาจเกิดผลเสียต่อกล้ามเนื้อที่จะช้ำมากกว่าเดิมอีกด้วย
สำหรับใครบางคนที่ต้องการคาร์ดิโอ หรือสลายไขมันหลังออกกำลังกายเสร็จ
ก็ควรทำแต่พอดีๆ ไม่ควรหักโหมมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ร่างกายเราต้องใช้แรงมาก ถ้าเกิดว่าทำคาร์ดิโอกันแบบเบาๆ
ไม่ใช่ร่างกายเปลืองจนเกินไปก็ถือว่าเป็นสิ่งที่โอเค เมื่อออกกำลังกายเสร็จ แน่นอนว่าเสื้อผ้าของเราจะชุ่มไปด้วยเหงื่อ
สิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งคือการใส่เสื้อผ้านั้นต่อไปจนแห้งเพราะว่าเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อนั้นอาจเต็มไปด้วยเชื้อโรค
อาจส่งผลให้เป็นโรคผิวหนังหรือว่าเป็นสิวในภายหลังได้ง่ายๆ เลยเดือดร้อนต้องไปหายามาทาอีก
การไม่รับประทานอาหารเลยก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเพราะหลังจากออกกำลังกายมาใหม่ๆ
ร่างกายเราจะต้องการพลังงานเข้าไปเสริมเป็นอย่างมาก
เราควรที่จะทานอาหารเข้าไปหลังจากที่ออกกำลังกายมาแล้วไม่เกิน 30 นาที
ซึ่งถ้าช้าไปกว่านี้ ร่างกายของเราจะทำงานหนักขึ้นในด้านระบบย่อยอาหาร
ดังนั้นเราจึงควรที่จะรับประทานอาหารทันทีหลังหายเหนื่อย
โดยให้เน้นอาหารประเภทโปรตีนหรือว่าคาร์โบไฮเดรตจะเป็นดีที่สุด
สำหรับเครื่องดื่มหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จแน่นอนว่าหลายคนต้องมองไปที่เกลือแร่
นี่คือสิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมาได้จริง แต่ถ้าดื่มมากเกินไปล่ะก็ไม่ดีแน่
เพราะเครื่องดื่มเกลือแร่นั้นมักจะใส่น้ำตาลเข้าไปด้วย
ถ้าเป็นไปได้ก็ดื่มน้ำเปล่าเย็นๆ ให้ร่างกายสดชื่นเอาแทนจะดีกว่า
นี่ก็คือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อออกกำลังกายเสร็จมาใหม่ๆ
เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรักสุขภาพที่ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ
เพราะบางครั้งพวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่ควรหรือไม่ควรทำหลังจากที่ร่างกายเราได้ใช้พลังงานไป
เรียนรู้กันเอาไว้ก็ดีเพื่อที่การออกกำลังกายของเราจะได้มีประสิทธิภาพที่สุด…

สุขภาพ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำมีมากกว่าที่คุณคิด

น้ำเปล่าคือสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ลองลง
มาจากอากาศหายใจ ซึ่งน้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายมนุษย์
ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ตั้งแต่ 55% ถึง 78% ขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย
โดยกิจกรรมที่เราทำอยู่ในชีวิตประจำวันนั้นทำให้ร่างกายของคนเราสูญเสียน้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน
เราจึงต้องดื่มน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนเหงื่อที่ขับออกมาทำให้น้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเรา
และมีส่วนสำคัญในการช่วยลดน้ำหนักอีกด้วยโดยวันนี้เราจะพาไปดูประโยชน์ของการดื่นน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
ซึ่งมีสิ่งที่ดีต่อร่างกายมากมายชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
1.ขจัดสารพิษในร่างกาย
น้ำนั้นมีส่วนสำคัญกับทุกอวัยวะในร่างกาย
โดยเฉพาะไตที่เป็นอวัยวะที่สำคัญในการขับสารพิษออกจากร่างกาย
โดยเมื่อไตกรองสารพิษในของเหลวที่อยู่ในร่างกายแล้วก็จะถูกขับออก
มาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เหงื่อ และปัสสาวะ
การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาได้ดีขึ้น
2.ระบบขับถ่ายดีขึ้น
สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของการขับถ่ายการท่านน้ำเปล่ามากๆ
เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นระบบการขับถ่ายให้เป็นปกติ
ลองเพิ่มปริมาณการดื่มให้มากขึ้น จะทำให้ขับถ่ายได้คล่อง
เพราะการดื่มน้ำเปล่าจะช่วยขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
ทำให้สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยง่าย เช่นเดียวกับการลดน้ำหนัก
การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและรับประทานอาหารได้น้อยลง
รวมทั้งถ้าหากดื่มน้ำขณะที่กำลังหิว ๆ ละก็จะช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้น
แต่การดื่มน้ำก็ยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบการเผาผลาญอีกด้วย
3.หัวใจแข็งแรงขึ้น
การดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและ
หลอดเลือดโดยการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าการดื่มน้ำมากขึ้นทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง
ดีกว่าการดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมหรือของหวานว่ากันว่า
การดื่มน้ำเปล่าเพียงแค่ 5 แก้วใน 1 วัน
ก็ช่วยทำให้การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามอย่างน้อยควรดื่มน้ำให้ได้ 8 แก้วต่อวัน
4.ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
การขาดน้ำส่งผลต่ออารมณ์และความสามารถในการทำความเข้าใจ
สีของปัสสาวะจะบอกได้ดีถึงระดับของน้ำในร่างกาย ยิ่งสีอ่อนๆ
ร่างกายก็ยิ่งมีความชุ่มชื้น
แต่ในทางกลับกันหากสีเข้มก็แสดงว่าร่างกายอาจกำลังขาดน้ำอยู่
เพราะน้ำนั้นช่วยให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในทำงานได้เป็นปกติ
ลืมไปได้เลยกับอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจ
5.ลดอาการอ่อนล้า
น้ำนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยลดอาการอ่อนล้าอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี
ซึ่งสาเหตุหลักๆของการเกิดอาการเหล่านี้สาเหตุก็มาจากอาการขาดน้ำนั่นเอง…

สุขภาพ

อาการบาดเจ็บหัวเข่าที่ต้องรีบรักษาก่อนที่อาการข้อเข่าเสื่อมจะถามหา

เชื่อว่าทุกคนที่ออกกำลังกายกันเป็นประจำ น่าจะเคยมีอาการปวดเข่ากันมาบ้าง
มันมาจากการใช้งานร่างกายอย่างหนักแต่ถ้าหนักเกินไปก็ไม่แน่ว่าอาการข้อเข่าเสื่อมอาจถามหา
การออกกำลังกายอย่างเช่นการวิ่งหรือว่ากระโดดเป็นประจำอาจจะทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้ ถ้าเป็นในช่วงอายุน้อยๆ
ส่วนมากนั้นจะไม่ได้มาจากภาวะความเสื่อมของเข่าแต่จะเป็นอาการอักเสบชั่วคราว ซึ่งถ้าหากว่าปล่อยเอาไว้ในระยะยาวแล้ว
ไม่แน่ว่าในอนาคตก็อาจจะเป็นอาการข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกันอาการข้อเข่าเสื่อมอาจเป็นก่อนวัยอันควรได้เช่นกัน
ถ้าหากว่ามีแรงกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าบริเวณข้อเข่า
ซึ่งจากการวิจัยพบกว่านักวิ่งมาราธอนนั้นมีโอกาสที่จะมีอาการข้อเข่าเสื่อมเมื่อถึง
ช่วงอายุหนึ่งมากกว่าคนทั่วๆ ไปมากถึง 3 เท่าเลยทีเดียวขณะที่นักกีฬาที่เคยมีประวัติเอ็นเข่าฉีกขาด
กระดูกบริเวณเข่าก็จะเสียดสีกันได้มากขึ้นในอนาคตจึงมีโอกาสสูงเช่นกันที่จะมีอาการข้อเข่าเสื่อม
สำหรับอาการเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด สามารถพบได้บ่อยครั้งในกีฬาฟุตบอล
ซึ่งเป็นกีฬาที่ผู้เล่นจะต้องมีการวิ่งเปลี่ยนทิศทางอย่างทันท่วงที
ซึ่งการทิ้งน้ำหนักลงพื้นขณะที่ข้อเข่ายังไม่อยู่ในท่วงท่าปกติก็จะทำให้เอ็นไขว้หน้าเข่าถูกกระชาก และก็มีโอกาสที่จะฉีกขาดได้
ซึ่งอาการบาดเจ็บรูปแบบนี้ถือว่าไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียวสำหรับผู้ที่มีอาการเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด ในช่วงแรกๆ
นั้นจะไม่สามารถลงน้ำหนักได้ขณะเดิน แต่หลังจากนั้นเมื่อผ่านไปสักระยะ
อาการปวดเข่าก็จะค่อยๆ ทุเลา แต่เมื่อกลับไปเล่นกีฬาอีกครั้ง
หรือว่าเดินขึ้นลงบันได ก็จะมีอาการกำเริบขึ้นมาเวลาหัวเข่าต้องหมุนบิด
นี่คืออาการบาดเจ็บหัวเข่าที่ไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้
เพราะจะส่งผลเสียอย่างมากในระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีการรักษาที่ถูกต้อง
โชคดีที่การแพทย์สมัยนี้มีวิธีผ่าตัดซ่อมแซมเอ็นไขว้หน้าเข่าผ่านทางกล้อง
ซึ่งจะนำเอาเส้นเอ็นจากตำแหน่งอื่นมายึดเพื่อทำเป็นเอ็นไขว้หน้าเส้นใหม่
จากนั้นเมื่อปล่อยให้ร่างกายได้ฟื้นสภาพ
ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง
เห็นอย่างนี้แล้วจึงจำเอาไว้เลยว่าเมื่อมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
โดยเฉพาะอาการเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด ต้องเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
เพื่อที่ในระยะยาวจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการข้อเข่าเสื่อม
ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างลำบากทีเดียวในบั้นปลาย…

สุขภาพ

ภาวะ Hypoxia เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน ต้องทำอย่างไร? ตอนที่ 2

จากกรณี 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
ที่ทุกคนต่างติดอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน และอยู่บนที่สูง ซึ่งถือเป็นจุดที่มีออกซิเจนเบาบาง
อีกทั้งยังมีน้ำท่วมขังในถ้ำ ซึ่งน้ำได้เข้าไปแทนที่อากาศในนั้น
ทำให้ออกซิเจนที่มีอยู่ยิ่งลดลง หากไม่มีโพรงหรือปล่อง
อากาศจากภายนอกก็ไม่สามารถเข้ามาได้
ขณะเดียวกัน จำนวนคนที่มากขึ้นในถ้ำ
จะยิ่งทำให้เกิดการใช้ออกซิเจนในการหายใจ แล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา
ปริมาณออกซิเจนในถ้ำก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ
เราจึงได้ยินข่าวให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นออกจากถ้ำ
เหตุผลคือเพื่อจะได้ไม่แย่งอากาศกัน พร้อมกับต้องรีบพาผู้ประสบภัยออกมาโดยเร็ว
อาการของภาวะพร่องออกซิเจน
สภาพอากาศที่เหมาะสมคือต้องมีออกซิเจนอยู่ในอากาศประมาณ 19.5-23.5%
แต่หากลดลงต่ำกว่า 17% หรือลดต่ำลงเรื่อย ๆ
อาจเกิดผลกระทบกับร่างกายได้หลายอย่าง ซึ่งอาการต่างๆ
ขึ้นอยู่กับปริมาณของออกซิเจน มีดังนี้
– รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจลำบากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ไอ
– หัวใจเต้นเร็วขึ้น
– การรับรู้ตัวลดลง สับสน มึนงง ซึม
– วิงเวียน ปวดศีรษะเนื่องจากหลอดเลือดสมองขยายตัว
– ผิวหนังซีด หรือเขียวคล้ำ
– คลื่นไส้ อาเจียน
– รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ วูบวาบตามตัว มีเหงื่อออกมาก
– รู้สึกกระสับกระส่าย กระวนกระวาย
– การทำงานของกล้ามเนื้อไม่ประสานกัน
– การร่วมมือกับบุคคลอื่นลดลง
– มือเท้าชา
– ตาพร่ามัว ลานสายตาแคบลง
– เพ้อ หมดสติ ชัก
– หากออกซิเจนลดลงมาก ๆ จะกระทบต่อระบบหายใจ ระบบเลือด สมอง
ประสาท กล้ามเนื้อ และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จนเสียชีวิตได้
ความรุนแรงของภาวะพร่องออกซิเจน
ในแต่ละคนอาจเกิดอาการพร่องออกซิเจนได้แตกต่างกัน
ระยะเวลาที่เริ่มเป็นและความรุนแรงก็ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
– ระดับความสูงในบริเวณที่อยู่ ยิ่งอยู่ในพื้นที่สูงมาก ความกดบรรยากาศ
และความหนาแน่นของอากาศจะยิ่งลดลงตามระดับความสูง
– ระยะเวลาที่อยู่ในระดับความสูงนั้น หากอยู่นานก็มีโอกาสป่วยได้ง่ายกว่า
– ความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย หากเป็นเด็ก คนชรา หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
ก็อาจเกิดอาการได้เร็วและรุนแรงกว่านักกีฬา หรือคนที่แข็งแรง
– การเคลื่อนไหวร่างกาย
ยิ่งร่างกายเคลื่อนไหวก็ยิ่งต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นไปด้วย
คนที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวมาก อาจเสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจนได้มากขึ้น
– ภาวะทางจิตใจ ความวิตกกังวลจะทำให้เราหายใจสั้นและถี่ขึ้น
ทำให้สมองได้ออกซิเจนน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ออกซิเจนอาจค่อย ๆ ลดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น
หากลองสังเกตตัวเองว่าเริ่มรู้สึกหายใจลำบาก หรือเริ่มมึนงง
ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนได้ว่า เราควรรีบออกมาจากบริเวณนั้นได้แล้ว
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะพร่องออกซิเจนที่รุนแรง…

สุขภาพ

รู้จัก ไก่ พิริ พิริ และ พุดดิ้งผลไม้สด คุณค่าแห่งร่างกาย

แน่นอนสุขภาพที่ดีมันควรมาจากอาหารวันนี้จึงสิ่งที่ต้องมาแนะนำในการดูแลร่าง
กายให้มีความแข็งแรงอีกทั้งยังสามารถทำให้พฤติกรรมควบคุมอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วยเริ่มจาก
ไก่พิริ พิริ อาหาร สไตล์ โปรตุเกส
ที่บอกได้เลยว่ามีข้อดีในเลือกสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายและสามารถควบ
คุมน้ำหนักได้อีกด้วย มันฝรั่งมีโปรตีนที่มีคุณภาพเพราะเป็นแหล่งรวมพลังงาน
และให้ความผักกาดหอม เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีน ผักกาดหอม, พริกพร พริ
แคลอรี่ และไขมันที่ต่ํากว่าเนื้อชนิดอื่น ๆ อบอุ่นแก่ร่างกาย มีสารเพกทิน ซึ่งเป็น
อย่างดี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็น ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมน้ําหนัก และสารชนิดหนึ่งในประเภทคาร์โบไฮเดรต
ที่สาเหตุของมะเร็ง และป้องกันภาวะ เสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ บํารุงผิว
จะช่วยทําให้การบีบ และคลายตัวของ หลอดเลือดแข็ง นอกจากนี้ยังมีสารแลก
เส้นผม, เล็บ และกระดูกได้เป็นอย่างดี ลําไส้ทํางานได้ดีขึ้น แต่ควรทานใน
ทูคาเรียม ที่ช่วยให้คลายกังวล และผ่อน
นอกจากนี้เนื้อไก่ยังเป็นแหล่งกําเนิดขึ้น ปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการ
คลายได้อีกด้วยติของกรดอะมิโนลิวซีน
ซึ่งจะทําชุ่มน้ํามันเพราะทําให้น้ําหนักขึ้นได้ง่าย ความเผ็ดของพริกพร พร
ช่วยบรรเทา – หน้าที่ยับยั้งการสลายตัวของกล้ามเนื้อาการไข้หวัด ลดน้ํามูก
และสําหรับผู้ที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้
และจะช่วยทําให้เร่งการย่อยอาหารให้เร็วยิ่งขึ้นหลอดลมขยายตัวได้ดี ไม่หดเกร็ง
เป็นแหล่งรวมวิตามินบี 12 ที่ช่วยบํารุง การทํางานเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งช่วยป้องกัน
อาการเหนื่อยล้าได้ง่าย มีความสดชื่น มากขึ้นกว่าเดิม
ส่วน พุดดิ้งผลไม้สด อาหารว่างเพื่อสุขภาพ ออร์แกนิก 100%
มีส่วนประกอบหลักจาก ผลไม้สดสามชนิด อย่าง กระเจี๊ยบ เสาวรส และฝรั่ง
เมนูขนมหวานที่ไม่ใส่ น้ําตาล, ไม่มีไขมัน, ไม่ใส่กลูเตน, ไม่ใส่ วัตถุกันเสีย
รวมถึงปลอดเจลาติน จะใช้ สารเพคตินที่มีอยู่ในตัวผลไม้อยู่แล้วทําให้
เซ็ตตัวเป็นพูดดึงเอง ซึ่งเพคตินเป็นสารละลายน้ําได้เป็นสารที่สกัดจาก ผลไม้
นิยมนํามาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
เพคตินจะเกิดเป็นร่างแหในขณะที่ต้ม น้ําตาลกับผลไม้ทําให้เกิดเป็นวันขึ้น โดย
ผลไม้ที่มีเพคตินสูงคือ กระเจี๊ยบ มะขาม ฝรั่ง มะกอกน้ํา เสาวรส มะดัน ชม เป็นต้น
เหมาะสําหรับทานเป็นของว่าง ระหว่างมือหรือก่อนเล่นกีฬาได้เป็นอย่างดี
การรับประทานของว่างระหว่างมือจะช่วย
ให้ร่างกายรับสารอาหารได้ดีกว่าการรับ ประทานอาหารเป็นมือใหญ่ เพราะการรับ
ประทานที่ละน้อยจะช่วยรักษาระดับ น้ําตาลในเลือด อินซูลิน และไขมัน ไม่ขึ้น
สูงจนเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับการรับ ประทานอาหารมื้อหลักที่ใช้เวลาย่อยนาน
กว่า ยกตัวอย่างเช่น คนเป็นเบาหวาน…

สุขภาพ

เทคนิคการรักษาดวงตา

อวัยวะที่ถูกใช้ในชีวิตประจำมากที่สุดก็คือ ดวงตา ดวงตาคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต
และเป็นอวัยวะที่เปราะบางมากที่สุด หากดวงตาไม่ดีหรือใช้งานไม่ได้แล้ว
การใช้ชีวิตประจำวันคงต้องเกิดปัญหาอย่างมาก วันนี้จึงมาแนะนำการถนอมดวงตา เพื่อให้ดวงตามีสุขภาพดี
1. หัวใจหลักของการดูแลสุขภาพตา สิ่งแรกต้องเป็นการไม่ใช้ดวงตาจนเกินขอบเขต เช่น
ไม่ควรอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือไม่อ่านหนังสือในที่แสงน้อย
ถ้าจำเป็นล่ะก็ให้พักสายตาด้วยการมองต้นไม่ใบหญ้าหรืออะไรที่มันเป็นสีเขียว
2. กินอาหารที่มีวิตามินเอเป็นส่วนประกอบอย่าง ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ฝักทอง
ที่จะช่วยในเรื่องรักษาดวงตาให้ไม่เสื่อมสภาพไว
3. สวมเเว่นกันเเดด เมื่อออกไปในบริเวณที่มีแสงแดด ช่วยถนอมสายตาได้เป็นอย่างดี
4. หนุ่มที่ขับขี่จักรยานยนต์ ควรสวมหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อค)เพื่อความปลอดถภัย และลมเข้าปะทะดวงตา
5. จัดการอาการตาบวม ช้อนสะอาดเเช่ตู้เย็นจนเย็นเฉียบ มาประคบที่เปลือกตาเบาๆ
จะทำให้อาการบวมบรรเทาลง
6. การใช้มือขยี้ดวงตา อาจเกิดการติดเชื้อและเกิดอาการตาอักเสบได้ หากเกิดการระคายเคืองตา
ให้ใช้น้ำสะอาดล้างแทน
7. การใช้สายตาในการอ่านสือต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้ตาเกิดอาการล้าได้
ถ้าเลือกได้ควรเลือกอ่านจากกระดาษที่มีสีเหลืองอ่อนๆ จะช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีกว่ากระดาษที่มีสีขาว
8. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีสุขภาพดี รวมทั้งดวงตาของเราด้วย
9. หมั่นกะพริบตาเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะทำให้น้ำมาหล่อเลี้ยงดวงตา ไม่เกิดอาการแสบตาหากตาบวม
สามารถรักษาได้โดยการเอาช้อนแช่เย็น มาแตะเบาๆ ตรงบริเวณที่บวม
10. ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม ควรพักสายตาอยู่เป็นระยะๆ เช่น หากมองจอคอมพิวเตอร์ ก็หันมองทางอื่นบ้าง
หรืออ่านหนังสืออยู่ ก็หลับตาพักสายตาบ้าง
การแก้อาการเบื้องต้น
1.กระพริบตาบ่อยขึ้น
อาการตาแห้งส่วนใหญ่มักเกิดจากดวงตาเรากระพริบตาน้อยลง จนทำให้ตาเราแห้ง ขาดความชุ่มชื่น
อัตราการกระพริบตาจะลดลงโดยอัตโนมัติจาก 20 – 22 ครั้ง ต่อนาที เหลือเพียง 6 – 8 ครั้งต่อนาที เพราะฉะนั้น
อย่าลืมกระพริบตาบ่อยๆ หรือใช้น้ำตาเทียมช่วยหยอดตาเพิ่มความชุ่มชื้นได้
2.ประคบเบาๆ รอบดวงตา
ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือแตงกวาแช่เย็น วางไว้บนดวงตา ประคบเบาไปรอบดวงตา พร้อมหลับตาสัก 2- 3 นาที
2 เวลา ก่อนพักเที่ยง หลังเลิกงาน จะช่วยให้ดวงตาเราสบายสดชื่นขึ้น
3.บริหารดวงตา
จ้องไปที่บริเวณปลายปากกาตลอดเวลา ค่อยๆเลื่อนปากกาเข้ามาใกล้ดวงตาจนกระทั่งเห็นปลายปากกาเป็นภาพซ้อน จ้องปลายปากกาทิ้งไว้สักครู่
แล้วจึงเลื่อนปลายปากกาให้สุดมืออีกครั้งช้าๆ ทำซ้ำไปมาประมาณ 40 รอบต่อครั้ง ประมาณ 5 ครั้งต่อวัน
4.ใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี
หากต้องใส่คอนแทคส์เลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กระจกตา รวมถึงหลีกเลี่ยงลม
หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ให้กระทบบริเวณดวงตาหรือใบหน้า
5.ตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
การตรวจเช็กสุขภาพตาที่โรงพยาบาลประจำปี เพื่อวัดความดัน เช็กจอประสาทตาและความผิดปกติ เพราะโรคตา
บางทีอาจแสดงอาการไม่รุนแรง ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะสามารถรักษาได้ทันท่วงที
6.อย่าใช้งานหน้าจอติดต่อกันนานเกินไปในแต่ละวัน ควรสังเกตว่าการใช้งานหน้าจอนานเท่าใด ที่ทำให้รู้สึกตาล้า
และมีตาพร่าได้
อาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตา เช่น
1.ผักโขม หรือผักใบเขียวเข้มอื่น ๆ
2.ปลาแซมอน ปลาทูน่า หรือเนื้อปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง
3.ไข่ ถั่ว โปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์
4.ส้ม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว
5.หอยนางรม เนื้อหมู สัตว์ปีก
6.ธัญพืช
7.ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม ซึ่งมีสารเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท…

สุขภาพ

ครีมกันแดด เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

เมืองไทยในวันนี้เรียกได้ว่ามีสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแดดแรงจนต้องเรียกว่ากรุงแบกแดดก็น่าจะเหมาะกว่า
ครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าใครก็ขาดไม่ได้หากต้องการออกจากบ้าน
เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อครีมกันแดด
ควรเลือกให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับการใช้งานที่สุดวันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับในการเลือกครีมกันแดดมาแนะนำคุณดังนี้
กันได้ทั้ง UVA และ UVB
ครีมกันแดดส่วนใหญ่จะมีแต่ค่า SPF ที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้เท่านั้น
ซึ่งไม่เพียงพอที่จะดูแลผิวให้พ้นจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดได้
คุณจึงควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้ง UVA และ UVB ซึ่งต้องมีทั้งค่าSPF และค่า PA นั่นเอง
ดูค่า SPF ให้ดีหลายคนเข้าใจว่า ยิ่งใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
ก็สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ครีมกันแดดที่มีค่า
SPF สูงๆ ก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย
แถมยังทำให้ผิวได้รับสารเคมีมากเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้ว ครีมกันแดดที่มีค่า SPF15ก็สามารถปกป้องผิวได้อย่างน่าพอใจแล้ว
การเลือกใช้ครีมกันแดด สำหรับคนผิวขาวอมชมพูแบบเอเชียควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ตั้งแต่ SPF 30-45
เนื่องจากผิวแบบนี้เป็นผิวที่มีความบอบบางมากทำให้เกิดปฏิกิริยากับแสงแดดได้อย่างรวดเร็ว
จึงมีโอกาสผิวเสียง่ายกว่าสภาพผิวแบบอื่นๆการเลือกครีมกันแดด สำหรับคนผิวคล้ำ
ควรเลือกครีมที่มีค่า SPF ต่ำๆ คือ SPF 15 เพราะผิวแบบนี้ เป็นผิวที่มีเมลานินสูง
หรือถูกแสงแดดทำร้าย จึงทำให้ผิวคล้ำเสียอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ถึงกับผิวไหม้การเลือกครีมกันแดด สำหรับคนผิวขาวแบบชาวยุโรป
ควรเลือกครีมที่มีค่า SPF สูงๆ ตั้งแต่ SPF 45-60เพราะเป็นอีกหนึ่งสภาพผิวที่มีความบอบบางมาก
จึงอาจเกิดการแพ้และมีโอกาสเกิดผิวไหม้จากการโดนแดดเผาได้ง่าย
วิธีการเลือกครีมกันแดด สำหรับคนผิวเหลืองแบบเอเชีย
ควรเลือกครีมที่มีค่า SPF แบบกลางๆ คือ SPF 30 เพราะผิวแบบนี้จะมีความบอบบาง
แต่ก็มีเมลานินสูงเช่นกัน ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดการไหม้จากแสงแดดได้ดี
ครีมกันแดดที่เหมาะสำหรับใครที่ต้องออกแดดบ่อยๆ ลองมาเลือกครีมกันแดดตามวิธีที่เราแนะนำกันดู
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเลือกครีมกันแดดได้อย่างคุ้มค่า
และช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว…

สุขภาพ,ความงาม

ตะไคร้ สมุนไพรที่ใครก็ชอบ

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน
มีลักษณะคล้ายหญ้า และมีใบสูงยาวส่งกลิ่นเฉพาะตัว
จัดอยู่ในวงศ์หญ้า แบ่งออกได้เป็น 6 ชนิด คือ ตะไคร้หอม,
ตะไคร้กอ, ตะไคร้ต้น, ตะไคร้น้ำ, ตะไคร้หางนาค และ ตะไคร้หางสิงห์
ซึ่งนอกจากนำมาใช้ประกอบอาหาร ปรุงแต่งกลิ่นในอาหาร
และทำเครื่องดื่มแล้ว ตะไคร้ยังถูกนำไปใช้ในหลากสาขา เช่น
อุตสาหกรรมสบู่ เครื่องสำอาง การบำบัดด้วยกลิ่นหรือการสกัดเป็นยารักษา
โดยมีความเชื่อว่าสารเคมีในตะไคร้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
อาจสามารถช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียและยีสต์ได้นอกจากนี้
ตะไคร้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น
วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ
ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดและลดไข้
หรือช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในระหว่างมีประจำเดือนอย่างไรก็ตาม
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เกี่ยวกับประสิทธิผล
ของตะไคร้แท้จริงแล้วยังคงมีอย่างจำกัดและไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเชิงการแพทย์
โดยบางงานวิจัยก็ได้ตรวจสอบสมมติฐานถึงผลของตะไคร้ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ อาทิเช่น
ระงับกลิ่นปากที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
จึงมีการค้นคว้าที่นำตะไคร้มาเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองใช้สารสกัดจากตะไคร้ผลิตน้ำยาบ้วนปาก
แต่สุดท้ายพบว่ามีดับกลิ่นได้ทว่ามีประสิทธิผลต่ำต่อการต้านเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตค็อกคัส
ยับยั้งเชื้อราในช่องปาก ตะไคร้มีผลช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้
แต่ประสิทธิผลในการรักษาเชื้อราในช่องปากยังไม่ปรากฏเป็นที่ชัดเจน
และการวิจัยทำการทดลองในกลุ่มผู้ป่วยเอชไอวีจำนวนหนึ่งเท่านั้น
จึงต้องมีการค้นคว้าในด้านนี้ต่อไป
ป้องกันยุงและตัวริ้น โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้
มีประสิทธิผลทางการป้องกันตัวริ้นได้สูงสุดประมาณ 5 ชั่วโมง
และมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ประมาณ 3 ชั่วโมง
ซึ่งถือว่ายังมีอัตราที่ต่ำ เมื่อเทียบกับผลที่หวังเอาไว้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การบริโภค ตะไคร้ ก็มีปริมาณที่กำหนด
ไม่ว่าจะกินหรือทานก็ไม่ควรมากเกินความจำเป็นเพราะการสูดดมตะไคร้นานๆ อาจทำให้ปอดเป็นพิษได้
ซึ่งในรายของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์, คุณแม่ที่ให้นมบุตรและผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงตะไคร้
สรุปแล้ว ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีประโยชนครอบคลุมในทุกบริบทของผู้คนชาวไทย กระนั้นก็ยังไม่มีเอกสารทางการแพทย์แน่ชัดว่าแท้จริงแล้ว
ตะไคร้ มีประโยชน์สูงสุดในด้านใดและควรบริโภคมากน้อยเพียงไร เพื่อไม่ให้เกิดโทษ…

สุขภาพ,ความงาม

4 เคล็ดลับการเลือกอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง

4 เคล็ดลับการเลือกอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง
น้ำหนักเกินกลายเป็นปัญหาที่หลายคนส่วนใหญ่เจอและมักเลือกที่จะหลีกเลี่ยงด้วยการเลือกทานอาหารให้มากขึ้นเพื่อให้มีสุขภาพดี
และดูหุ่นดีอยู่เสมอซึ่งอาหารเสริมกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน
ซึ่งในยุคนี้อาหารเสริมนั้นมีให้เลิกมากมายหลายแบรนด์และหลายรูปแบบที่จะมาช่วยในเรื่องต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราเอง
ดังนั้นเราจึงขอแนะนำวิธีเลือกอาหารเสริมที่จะทำให้คุณได้รับประโยชน์มากขึ้นมาให้ได้ศึกษากัน

มาตรฐานการผลิต
เริ่มกันที่อย่างแรกคือเราต้องดูจากมาตรฐานการผลิตก่อนเพื่อดูว่ามีความปลอดภัยหรือไม่
ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาดเพราะเป็นขั้นตอนแรกที่จะบ่งบอกได้ว่าสินค้านั้นสะอาด
และได้มาตรฐานหรือไม่นั่นเอง โดยหากสินค้ามีตัวอักษรว่า GMP หรือ FDX หรืออย.
ก็ถือว่าอาหารเสริมตัวนั้นได้รับการรับรองระดับมาตรฐานสากลสะอาด และปลอดภัยแน่นอน
ถ้าอาหารเสริมแบรนด์ไหนที่ไม่มีอย.แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงโดยด่วน เพราะนี่อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
ซึ่งเมื่อเราทานเข้าไปแล้วอาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายก็เป็นได้แถมยังต้องเสียเงินแบบสูญเปล่าอีกด้วย

วัตุดิบ-ส่วนประกอบในอาหารเสริม
โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารเสิรมมักถูกผลิตขึ้นมาโดยเน้นไปที่การควบคุมน้ำหนักของผู้ทาน
โดยจะสกัดส่วนผสมมาจากวัตถุดิบในธรรมชาติซึ่งในแต่ละตัวก็จะมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันออกไป
สำหรับผู้บริโภคแล้วเราควรจำเป็นอย่างยิ่งว่าสรรพคุณในอาหารเสริมตัวนั้นๆเป็นอย่างไรให้ประโยชน์
อะไรบ้าง และที่สำคัญมันจะส่งผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง
เพราะหากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างอาจจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนจะตัดสินใจ
รับประทานอาหารเสริมตัวนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
ส่วนผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือไม่มีอาการแพ้อะไรก็สามารถรับประทานได้สบายๆไม่ต้องเป็นกังวล
แต่ก็ควรศึกษาอาหารชิ้นนั้นๆไว้หน่อยก็ดีเหมือนกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวของเราเอง

สรรพคุณ
แน่นอนว่าโดยส่วนมากแล้วสรรพคุณของอาหารเสริมจะช่วยในเรื่องผิวสวยใสโดยเฉพาะการลดน้ำหนัก
ที่เกือบจะมีอยู่ในตัวสินค้าทุกแบรนด์
เพราะเมื่อมีสรรพคุณเหล่านี้จะช่วยให้สินค้าเหล่านั้นเพิ่มคุณค่ามากขึ้น
และได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคอย่างแพร่หลายแถมยังโดนใจกลุ่มสาวๆ
ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการขายอาหารจำนวนมากเลยทีเดียว

ความน่าเชื่อถือของแบรนด์สินค้า
นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะมันจะเป็นตัวช่วยบอกว่าแบรนด์เหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือชือได้มากแค่ไหน
โดยทุกวันนี้มีแบรนด์หลายเจ้าส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดมากมาย
ซึ่งจะสามารถดูความน่าเขื่อถือได้จากรีวิวของผู้ใช้ต่างๆหรือผู้ที่เคยได้รับการใช้งานจริงมาแล้ว
ยิ่งหากเป็นการรีวิวโดยตรงจากดาราที่ใช้งานมาแล้วจริงๆก็จะมีความน่าเชื่อถือในแบรนด์มากขึ้น…

Unrecognizable businessman having chest pain and heart attack

ทำความรู้จักอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ภัยร้ายจากโรคเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้ง่ายและเป็นกันจำนวนมากไม่ได้มีเพียงโรคมะเร็งอีกต่อไปเมื่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นอีกโรคหนึ่งที่คร่า
ชีวิตผู้คนไปแล้วมากมายแถมยังดูร้ายแรงกว่าโรคมะเร็งด้วยซ้ำเพราะบางครั้งคนบางคนที่เราเห็นยังแข็งแรงดีๆอยู่ก็อาจเสียชีวิตด้วยโรคนี้ได้โดยฉับพลันเหมือนกัน
โดยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก็คือโรคที่เกิดจากอาการหลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่พาเลือดไปเลี้ยงหัวใจเกิดตีบตันจนนำมาซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตนั่นเอง
การเกิดโรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากอาการที่มีไขมันและเนื้อเยื่อบริเวณผนังหลอดเลือดไปสะสมเยอะจนเกิดไป
ซึ่งส่งผลให้เยื่อบุตรงบริเวณผนังหลอดเลือดก่อตัวกันหนาขึ้น
และทำความกว้างของหลอดเลือดที่จะนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจแคบลงจนไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ
ได้มากเพียงพอทำให้ออกซิเจนที่มีก็น้อยลงตามไปด้วย
และอาการที่ตามมาก็คือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั่นเอง โดยหากเส้นเลือดมีอาการอุดตัน
ซึ่งอาการแรกที่จะสามารถสังเกตุได้คือรู้สึกแน่นที่หน้าอกหายใจไม่ค่อยออก
ซึ่งมีที่มาจากเส้นเลือดที่อุดตันนั่นเองที่อนตรายไปมากกว่านั้นคือเมื่อเลือดที่แข็งตัวไปอุดตันเกิดแตกออกก็จะกลายเป็นลิ่มเลือด
และทำให้นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ป่วยตายอย่างเฉียบพลันที่จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอีกหลายอย่างจนนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด
การเกิดโรคนี้มีปัจจัยความเสี่ยงอยู่หลายอย่างเช่นคนในครอบครัวหากมีใครป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก็สามารถติดต่อแพร่มาสู่คนในครอบครัวได้เล่นกัน
ซึ่งทำให้โอกาสป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยหรือหากอายุมากขึ้นก็ทำให้เกิดภาวะโรคนี้ได้เช่นกัน
ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีหลายคนที่เป็นโรคนี้มักเกิดในผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังเกี่ยวกับเพศด้วยโดยผู้ชายนั้นมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง
ขณะเดียวกันโรคดังกล่าวยังพบเป็นส่วนมากในคนที่มีรูปร่างอ้วน
แน่นอนว่าด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตทำให้มีไขมันเข้าไปสะสมมากมายยิ่งใครที่ชื่นชอบการกินของมันๆเยอะก็
ยิ่งอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้นตามไปด้วย
โดยการที่น้ำหนักตัวของคนๆหนึ่งเพิ่มขึ้นก็ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อภาวะของโรคนี้ยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
ส่วนอีกสองปัจจัยสำคัญที่จะเกิดโรคนี้คือคนที่อยู่ในภาวะความเครียดสูง
ซึ่งในปัจจุบันด้วยการทำงานที่แข่งขันสูงขึ้นก็ย่อมมีความเครียดเยอะขึ้น
และนำไปสู่โรคดังกล่าวได้ง่ายๆนอกจากนี้ยังเกิดได้ในคนที่มีความดันโลหิตสูง
โดยหากมีความดันสูงเกิน/ มิลลิเมตรปรอทก็จะทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายๆ…