Blog

ความงาม5

แน่นอนว่าความชราเป็นหนึ่งในภาวะที่พบบ่อยเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ..

กระนั้น “ทุกปัญหาย่อมมีทาง” เช่นเดียวกับภาวะดังกล่าว
ซึ่งการออกกำลังกายถือเป็นเคล็ดไม่ลับที่สามารถช่วยขยับหนีความชราได้
นายแพทย์ สันต์ ใจยอดศิลป์
แพทย์ระดับสูงด้านหัวใจหลอดเลือดและทรวงอก แห่งโรงพยาบาลพญาไทย
ชี้ชัดเจนว่าการออกกำลังกายถือเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะสภาพร่างกายไม่เหมือนคนหนุ่มทั่วไป
การออกกำลังกายพื้นฐานง่ายๆที่เหมาะสมทำได้หลากหลายรูปแบบเช่นการออ
กไปเดินเล่นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น วิ่งช้าๆหรือจ๊อกกิ๊งเบาๆ รวมถึง การว่ายน้ำ
และ การเต้นแอโรบิค
ก็เป็นสิ่งที่พึ่งกระทำได้ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายขอแต่ละคน
นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องให้ความสำคัญที่สุดเช่นกันคือ
“การเล่นกล้าม” แม้ว่าจะฟังดูแล้วอาจมีคำถามขึ้นมาว่า
หนักเกินไปหรือเปล่าสำหรับผู้สูงอายุ ? กระนั้นไม่ใช่อย่างที่คิด
“การเล่นกล้ามไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ” นายแพทย์ สันต์ เริ่มอธิบาย
“สมมุติแค่เรานั่งเฉยๆก็ถือว่าเป็นการเล่นกล้ามได้ เช่นท่า นั่งเฉยๆ ปล่อยไหล
ยืดตัวตรง แขม่วพุง ค่อยๆหายใจเขาออก
แค่นี้ก็ถือเป็นการเล่นกล้ามบริเวณหน้าท้องแล้ว และท่ายืนพยายามยืนตรงๆ
หายใจเข้าออก ซึ่งท่านี้เป็นการเล่นกล้ามบริเวณหลัง
ถ้าหากผู้สูงอายุไม่ฝึกตัวเองท่านี้ก็จะกลายเป็นคนแก่ หลังคร่อมๆ
ฉะนั้นหากฝึกท่านี้เป็นประจำรับรองว่าหลังจะไม่คร่อมเลยครับ”
นายแพทย์ สันต์ กล่าวต่ออีกว่า “ผู้สูงอายุจำเป็นต้องเล่นกล้ามเพราะ
หากนอนหรืออยู่เฉยๆ กล้ามเนื้อจะรีบ ไข่มันจะเข้ามาแทนที่
โรคติดต่อเรื้อรังทั้งหลายก็จะถามหา เช่นโรคเบาหวาน
ที่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อมาเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน
น้ำตาลที่ทานเข้าไปไม่สามารถเผาผลาญได้ดีเท่ากับกล้ามเนื้อ
และหากไม่ทำอะไร กระดูกผู้สูงอายุก็จะค่อยๆเบาลง ทุ่นแล้วก็หัก
ฉะนั้นการเล่นกล้ามถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานอย่างแรกๆที่ผู้สูงอายคุควรให้ค
วามสำคัญ”
ขณะเดียวกันหน่วยงานของภาครัฐฯอย่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย
ก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้สูงอายุเต็มที่ ซึ่งมีถึง 6
ชมรมเพื่อสุขภาพไว้รองรับ เช่น รำมวยจีน , ไทเก็ก , ลีลาศ , วิ่งเพื่อสุขภาพ ,​
แอโรบิค และ ปั่นจักรยาน
สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า
“เป็นหนึ่งในนโยบาย ที่เราสนับสนุนเรื่องนี้มาตลอด ขณะนี้เรามีถึง 6
ชมรมเพื่อผู้สูงอายุ ตั้งอยู่บริเวณรอบๆสนามราชมังคลากีฬาสถาน
รวมถึงอยู่ด้านในออฟฟิศการกีฬาแห่งประเทศไทย
ถ้าเวลาไหนฝนตกเราก็มีลานในร่มคอยรองรับ
และบริเวณชมรมเราเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุเต็มที่ จะไม่มีใครมาแย่งหรือก่อกวน
ซึ่งผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้เต็มที่ และเป็นไปอย่างสบายใจ”
นอกเหนือจากมีโนบายเอื้อเฟื้อสถานที่การออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุเต็มที่แ
ล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย
ไม่มองข้ามคือการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย
เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้วิทยาศาสตร์การกีฬามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อทุกๆกีฬ
าบนโลก
ปัจจุบัน การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ผนึกกำลังกับ โรงพยาบาลสมิติเวช
(ทุกสาขา) จัดบูธเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพคอยแนะนำเรื่องต่างๆให้กับผู้สูงอายุ
รวมถึงการการนำนักวิทยาศาสตร์การกีฬาเฉพาะทางคอยประจำอยู่ในชมรมต่
างๆ ตอกย้ำชัดเจนว่า สุขภาพของผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งนโยบายหลักที่
การกีฬาแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ…

ความงาม

4 เคล็ดลับความสวยจาก “น้ำแข็ง”

น้ำแข็ง นอกจากจะช่วยคลายความร้อนได้แล้ว
ยังมีประโยชน์ในเรื่องความสวยความงามอย่างมาก
เพราะความเย็นของน้ำแข็งนั้นจะช่วยผิวพรรณดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนวิธีการก็ง่ายๆ สามารถทำตามได้ตามนี้เลย
1. ลดรอยช้ำจากสิวและรอยแดง
หลาย ๆ คนคงจะอดใจไม่บีบสิวไม่ได้
เมื่อบีบแล้วก็จะถึงรอยช้ำและรอยแดงเอาไว้ให้ซ้ำใจ
เพียงแค่คุณนำน้ำแข็งมาประคบตรงบริเวณที่เป็นรอยช้ำหรือแดงประมาณ 5 นาที
ความเย็นของน้ำแข็งก็จะช่วยให้รอยเหล่านั้นจางลงไปได้
2. ลดรอยคล้ำใต้ตา
หากเมื่อคืนคุณนอนดึกจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่คุณจะตื่นขึ้นมาพบคือ
รอยคล้ำตาใต้ ให้นำน้ำแข็งมาประคบที่รอยคล้ำใต้ตา
หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้น ให้คุณฝานแตงกว่าแผ่นบาง ๆ มาวางไว้บนน้ำแข็ง
ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ก็จะช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาจางลงไป

3. เตรียมผิวก่อนทาครีมด้วยน้ำแข็ง
ก่อนที่จะแต่งหน้าให้นำน้ำแข็งมาถูวนไปรอบ ๆ หน้า
ความเย็นของน้ำแข็งจะทำให้รูขุมขนปิดกระชับ จึงช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน
เวลาที่รองพื้นก็ดูกลมกลื่นไปกับผิวหน้า นอกจากนั้นยังทำให้หน้าไม่เป็นคราบอีกด้วย
4. ขจัดเซลล์ผิวที่เสียออกได้
เราสามารถทำสครับน้ำแข็งได้ง่ายๆ เพียงแค่นำผักหรือผลไม้อย่างเช่น แตงกวา
สตอรเบอร์รี่ หรือเลม่อน มาแช่ในน้ำ แล้วนำไปแช่ในช่องฟริต
เมื่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็งก็นำมาสครับหน้าได้ทันที ซึ่งกรดอ่อน ๆ
ที่มาจากผลไม้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสียออกไป
ช่วยให้หน้าของเรากลับมาสว่างสดใสได้…

ความงาม

4 เคล็ดลับการเลือกอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง

 

น้ำหนักเกินกลายเป็นปัญหาที่หลายคนส่วนใหญ่เจอ และมักเลือกที่จะหลีกเลี่ยงด้วยการเลือกทานอาหารให้มากขึ้นเพื่อให้มีสุขภาพดี และดูหุ่นดีอยู่เสมอ ซึ่งอาหารเสริมกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งในยุคนี้อาหารเสริมนั้นมีให้เลิกมากมายหลายแบรนด์ และหลายรูปแบบที่จะมาช่วยในเรื่องต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราเอง ดังนั้นเราจึงขอแนะนำวิธีเลือกอาหารเสริมที่จะทำให้คุณได้รับประโยชน์มากขึ้นมาให้ได้ศึกษากัน

 

มาตรฐานการผลิต

เริ่มกันที่อย่างแรกคือเราต้องดูจากมาตรฐานการผลิตก่อนเพื่อดูว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาดเพราะเป็นขั้นตอนแรกที่จะบ่งบอกได้ว่าสินค้านั้นสะอาด และได้มาตรฐานหรือไม่นั่นเอง โดยหากสินค้ามีตัวอักษรว่า GMP หรือ FDX หรืออย. ก็ถือว่าอาหารเสริมตัวนั้นได้รับการรับรองระดับมาตรฐานสากลสะอาด และปลอดภัยแน่นอน ถ้าอาหารเสริมแบรนด์ไหนที่ไม่มีอย.แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงโดยด่วน เพราะนี่อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเมื่อเราทานเข้าแล้วอาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายก็เป็นได้แถมยังต้องเสียเงินแบบสูญเปล่าอีกด้วย

 

วัตุดิบ-ส่วนประกอบในอาหารเสริม

โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารเสิรมมักถูกผลิตขึ้นมาโดยเน้นไปที่การควบคุมน้ำหนักของผู้ทาน โดยจะสกัดส่วนผสมมาจากวัตถุดิบในธรรมชาติดช ซึ่งในแต่ละตัวก็จะมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันออกไป สำหรับผู้บริโภคแล้วเราควรจำเป็นอย่างยิ่งว่าสรรพคุณในอาหารเสริมตัวนั้นๆเป็นอย่างไรให้ประโยชน์อะไรบ้าง และที่สำคัญมันจะส่งผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง เพราะหากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างอาจจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนจะตัดสินใจรับประทานอาหารเสริมตัวนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือไม่มีอาการแพ้อะไรก็สามารถรับประทานได้สบายๆไม่ต้องเป็นกังวล แต่ก็ควรศึกษาอาหารชิ้นนั้นๆไว้หน่อยก็ดีเหมือนกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวของเราเอง

 

สรรพคุณ

แน่นอนว่าโดยส่วนมากแล้วสรรพคุณของอาหารเสริมจะช่วยในเรื่องผิวสวยใสโดยเฉพาะการลดน้ำหนักที่เกือบจะมีอยู่ในตัวสินค้าทุกแบรนด์ เพราะเมื่อมีสรรพคุณเหล่านี้จะช่วยให้สินค้าเหล่านั้นเพิ่มคุณค่ามากขึ้น และได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคอย่างแพร่หลายแถมยังโดนใจกลุ่มสาวๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการขายอาหารจำนวนมากเลยทีเดียว

 

ความน่าเชื่อถือของแบรนด์สินค้า

นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะมันจะเป็นตัวช่วยบอกว่าแบรนด์เหล่านั้นมีความน่าเชื่อถิชือได้มากแค่ไหน โดยทุกวันนี้มีแบรนด์หลายเจ้าส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดมากมาย ซึ่งจะสามารถดูความน่าเขื่อถือได้จากรีวิวของผู้ใช้ต่างๆหรือผู้ที่เคยได้รับการใช้งานจริงมาแล้ว ยิ่งหากเป็นการรีวิวโดยตรงจากดาราที่ใช้งานมาแล้วจริงๆก็จะมีความน่าเชื่อถือในแยรนด์มากขึ้นห…

ออกกำลังกาย

แจกแจงเซ็นเซอร์วัดกำลังอย่างละเอียด

 

สายรัดข้อมือ/นาฬิกาวัดการออกกำลังกายยุคนี้เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์มากมาย แต่รู้ไหมว่า แต่ละตัวทำงานแตกต่างกันยังไง?

เซ็นเซอร์สำหรับการนับจำนวนก้าว

อุปกรณ์วัดการออกกำลังกายอย่าง ฟิตบิต ชาร์จ ใช้แอคเซเลโรมิเตอร์และอัลกอริธึ่ม (ชุดคำสั่งที่สร้างไว้ตามขั้นตอน) เพื่อนับจำนวนก้าวที่เดินตลอดทั้งวัน ซึ่งจะจับการเคลื่อนไหวตามแกน (อาทิ แนวตั้ง/แกนนอน) เช่น ขับรถ, ขึ้นบันได กระโดดขึ้น/ลง และการวิ่ง โดยทำงานร่วมกับแอพหรือระบบติดตามการออกกำลังกาย เพื่อคำนวณหาข้อมูลที่ถูกต้อง

 

เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

อุปกรณ์บางรุ่น เช่น โมโต 360 และ ซัมซุง เกียร์ ใช้ออปติกเซ็นเซอร์ ฝังลงบนด้านหลังของตัวเรือน โดยจะยิงแสงไปยังผิวหนัง เพื่อวัดชีพจร หากยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองตั้งหัวไฟฉายขึ้น แล้วเปิดไฟ จากนั้น ยื่นนิ้วปลายไปแตะบนหัวไฟฉาย ทั้งนี้ การยิงแสงลงบนผิวหนัง จะทำให้เซ็นเซอร์สามารถวัดการไหลเวียนเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจได้

 

เซ็นเซอร์สำหรับติดตามการนอน

ขณะที่แอคเซเลโรมิเตอร์ติดตามการขยับร่างกายแบบขึ้น/ลง, ซ้าย/ขวาหรือหน้า/หลัง แต่เซ็นเซอร์อย่าง จีโรสโคป สามารถตรวจจับการหมุนได้ จึงถูกนำมาใช้เพื่อวัดการนอนที่มีการขยับ/พลิกตัวไปมา หรือออกอาการกระสับกระส่าย โดยอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่ในลักษณะนี้ได้ ก็อย่างเช่น ซัมซุง เกียร์, จอว์โบน อัพ, รันทาสติด ออร์บิท, เอ็มไอ แบนด์ ฯลฯ

 

เซ็นเซอร์วัดแคลอรี่ที่เผาผลาญไป

การคำนวณหาแคลอรี่ที่เผาผลาญ จะมาจากข้อมูล ทั้งเรื่องอายุ, ส่วนสูง, น้ำหนัก, เวลา (เป็นนาที) ที่ทำกิจกรรมและจำนวนก้าวที่เดินในแต่ละวัน โดยระบบติดตามการออกกำลังกายของการ์มิน วิโวฟิต จะนำข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ ไปเข้าสู่ระบบคำนวณปริมาณแคลอรี่ เช่น MyFitnessPal แล้วแสดงค่าออกมา เพียงกรอกข้อมูลเรื่องอาหารที่กินไป, ระดับการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ทำทั้งวัน จากนั้นจะได้ค่าปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไป โดยคำนวณจากพื้นฐานเรื่องระยะทางที่คุณเดิน, อายุและน้ำหนัก โดยเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังไดเอทหรืออยู่ในช่วงระหว่างการลดน้ำหนัก…

ออกกำลังกาย

การวิ่งมีประโยชน์ดังนี้และควรศึกษา

 

การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นประจำจะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นเพราะช่วยลดความกังวลและอาการซึมเศร้า ช่วยลดน้ำหนักตัวโดยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ส่วนคนที่ไม่อ้วนก็ช่วยให้น้ำหนักตัวคงที่ เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล ลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ลดภาวะกระดูกบางหรือผุกร่อน

สำหรับคนที่อยากออกกำลังกายแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เราขอแนะนำให้คุณ “เดิน” มันเป็นวิธีออกกำลังกายที่ง่ายมากและยังได้ประโยชน์เพียบ! แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธีด้วยล่ะ

  1. เดินแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเดินช้า เพิ่มเวลาเมื่อรู้สึกชิน จนสามารถเดินได้นาน 30 นาที
  2. ควรเดินให้ได้ระยะทางประมาณ 2.5 – 3.5 กิโลเมตร โดยใช้เวลา 30 นาที
  3. เริ่มเดินช้าๆ ประมาณ 3-5 นาที แล้วเพิ่มความเร็วจนถึงระดับเริ่มรู้สึกเหนื่อย (ยังพูดคุย-ทักทายได้) นาน 25 – 30 นาที และในช่วงท้ายชะลอให้ช้าลง 3 – 5 นาทีก่อนหยุด
  4. หากรู้สึกเหนื่อยหอบ (พูดเป็นคำๆ ขาดช่วง) ให้ชะลอความเร็วในการเดินลง ถ้าเป็นมากหาที่นั่งพัก
  5. เริ่มทำจาก 3 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มถึงสูงสุด 5 – 6 วันต่อสัปดาห์ (รวมไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์)

 

ความพิเศษของลู่วิ่งที่นี่คือ

ลู่วิ่งนี้ถูกออกแบบด้วยดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ความโค้งของเส้นทางวิ่งสอดรับกับเส้นสายโครงสร้างของตัวอาคารที่ดูทันสมัย

ใช้วัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทกในการวิ่งของเหล่านักวิ่งได้

ผู้ที่มาซ้อมวิ่งไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศฝนตกแดดออกแต่อย่างใด เพราะลู่วิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นในร่มที่มีเพดานสูงโปร่งถึง 7.5 เมตร ทำให้โปร่งโล่งสบาย และสามารถวิ่งพร้อมชมวิวมุมสูง ของแม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้าแบบพาโนราม่าได้เลยทีเดียว…

ออกกำลังกาย

3 กิจกรรมช่วยให้ร่างแกร่งแข็งแกร่งอย่างหน่วยซีล

 

มีกิจกรรมที่ช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายมากมาย แต่ถ้าหวังผลให้สุขภาพดี เผาผลาญแคลอรี่ได้ดั่งใจ ร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์ม เราขอแนะนำ 5 กิจกรรมเหล่านี้!!

3 กิจกรรมที่ทำได้ทุกวันและช่วยให้รูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ

  1. วิ่ง

เผาผลาญ : ประมาณ 755-1074 แคลอรี่ต่อชั่วโมง

การวิ่งที่อัตราความเร็ว 8 ไมล์ต่อชั่วโมง ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ถึง 1,074 แคลอรี่ ส่วนการวิ่งที่อัตราความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญ 755 แคลอรี่ นอกจากนี้ยังสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้นด้วยการวิ่งขึ้นทางชัน การเพิ่มความเร็ว การเพิ่มเวลาวิ่งให้มากกว่า 1 ชั่วโมง หรือใช้วิธีการฝึกวิ่งเร็วสลับช้า

  1. กระโดดเชือก

เผาผลาญ : ประมาณ 1,074 แคลอรี่ต่อชั่วโมง

ความเร็วและความแรงของการกระโดดมีผลกับจำนวนแคลอรี่ที่จะเผาผลาญ ดังนั้น การกระโดดเชือกให้เร็วคือกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญให้มากขึ้น แต่ถ้าไม่ไหวกับการกระโดดให้ต่อเนื่องนาน 1 ชั่วโมง แนะนำให้ลองกระโดดเชือกแบบเร็วสลับช้า เพราะไม่เหนื่อยจนเกินไปแต่ได้ผลลัพท์ที่ได้โอเคมาก

  1. ว่ายน้ำด้วยความเร็ว

เผาผลาญ : ประมาณ 528-892 แคลอรี่ต่อชั่วโมง

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายชั้นยอดที่ร่างกายได้รับแรงกระแทกน้อย แต่สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก โดยเฉพาะท่าฟรีสไตล์และท่าผีเสื้อ ทั้งนี้  เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ให้มากขึ้น คุณจำเป็นต้องมีความชำนาญกับการอยู่ในน้ำ รวมทั้งสามารถว่ายอย่างรวดเร็วและกระฉับกระเฉงได้นาน 1 ชั่วโมงเต็ม…